MAGZ20 EXCLUSIVE เบื้องหลังวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่
Cjay Rhyn และ Max Kleine กำลังสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจระดับโลกจากประเทศไทยสู่เวทีโลกได้อย่างไร
ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนวัตกรรม เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลก กำลังเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในชั่วข้ามคืน มีผู้ประกอบการสองคนที่กำลังค่อย ๆ สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงทั้งด้านธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี การให้คำปรึกษา และโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ไว้ภายใต้หนึ่งองค์กร
พบกับ Cjay Rhyn ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ก่อตั้ง C RHYNE Group และ Max Kleine ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) และผู้ร่วมก่อตั้ง — สองผู้ประกอบการที่มีความทะเยอทะยาน พร้อมภารกิจร่วมกันในการสร้างธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในระดับสากล แก้ไขปัญหาในโลกจริง และสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า พาร์ทเนอร์ และนักลงทุนทั่วเอเชียและระดับโลก
ตั้งแต่ธุรกิจที่ปรึกษา เทคโนโลยี บริการระดับพรีเมียม โครงสร้างพื้นฐาน AI ฟินเทค ธุรกิจบันเทิง ไปจนถึงความร่วมมือระดับนานาชาติ C RHYNE Group กำลังก้าวไปไกลกว่าแค่ “บริษัททั่วไป”
แต่มันกำลังกลายเป็น “ระบบนิเวศทางธุรกิจยุคใหม่”
⸻
สร้างธุรกิจด้วยเป้าหมาย
สำหรับ Cjay Rhyn การเป็นผู้ประกอบการไม่เคยมีเป้าหมายแค่เรื่องเงิน
วิสัยทัศน์ของเขายึดอยู่กับการเติบโต ความเป็นผู้นำ ความอดทน และการสร้างโอกาสให้ผู้อื่นเสมอมา
“ผมพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลง และอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่น ผมอยากให้ทุกคนเชื่อในเป้าหมาย เชื่อในความฝันของตัวเอง และเข้าใจว่าความขยัน วิธีคิด และความสม่ำเสมอ สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง” — Cjay Rhyn
จากเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ความผิดหวัง และช่วงเวลาที่ยากลำบาก Cjay เลือกเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน
แทนที่จะยอมแพ้ เขาเลือกที่จะลุกขึ้นสร้างทุกอย่างใหม่ทีละก้าว
และในวันนี้ แนวคิดนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรของ C RHYNE Group:
วินัย นวัตกรรม ความแข็งแกร่ง และวิสัยทัศน์ระยะยาว
ร่วมกับ Max Kleine บริษัทได้ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ โครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ และโมเดลธุรกิจที่สามารถขยายสู่ระดับภูมิภาคและระดับสากลได้
⸻
พลังของพาร์ทเนอร์
ในขณะที่ Cjay ขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ การสร้างแบรนด์ เครือข่าย และกลยุทธ์การขยายธุรกิจ Max Kleine มีบทบาทสำคัญในด้านโครงสร้างการดำเนินงาน การวางแผนการเงิน การพัฒนาธุรกิจ และการบริหารระยะยาว
ความร่วมมือของทั้งคู่ถูกสร้างขึ้นบนความสมดุล ความไว้วางใจ และความทะเยอทะยานร่วมกัน
“โฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และอย่ายอมแพ้ พวกเราทำงานหนักทุกวัน เพื่อวางแผนและบริหารทุกอย่างทีละขั้นตอนให้ไปถึงเป้าหมาย” — Max Kleine
ทั้งสองคนเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาถึงความจริงของการเป็นผู้ประกอบการ:
แรงกดดัน ความไม่แน่นอน คืนที่ไม่ได้นอน และอุปสรรคมากมายที่มาพร้อมกับการสร้างธุรกิจจากศูนย์
แต่สำหรับพวกเขา ความท้าทายคือส่วนหนึ่งของกระบวนการ
“แน่นอนว่าต้องมีอุปสรรคเสมอ แต่เราพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของเรา การยอมแพ้ไม่ใช่ตัวเลือก”
แนวคิดนี้เองที่ช่วยให้บริษัทสามารถขยายเข้าสู่หลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมรักษาปรัชญาธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และความไว้วางใจ
⸻

การเติบโตของ WHITE LABEL FINANCE
หนึ่งในโปรเจกต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของบริษัทในวันนี้คือ White Label Finance — โซลูชันด้านฟินเทคและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างระบบการเงินภายใต้แบรนด์ของตัวเองได้
แนวคิดนี้มุ่งเน้นในการช่วยบริษัทต่าง ๆ เชื่อมต่อกับ:
• โครงสร้างพื้นฐานธนาคารดิจิทัล
• ระบบ Crypto และ Fiat
• ระบบชำระเงินระดับโลก
• White Label Cards
• เทคโนโลยี Blockchain
• ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ
• โครงสร้างพื้นฐาน Financial Technology
เป้าหมายของโปรเจกต์นี้เรียบง่าย:
ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างแบรนด์ทางการเงินของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารแบบดั้งเดิม
ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินดิจิทัลอย่างรวดเร็ว White Label Finance ตั้งเป้าที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างระบบธนาคารแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีการเงินแห่งอนาคต
ตามคำกล่าวของผู้ก่อตั้ง โปรเจกต์นี้ถูกออกแบบมาสำหรับ:
บริษัทคริปโต แพลตฟอร์มเกมมิ่ง ฟินเทคสตาร์ทอัพ อีคอมเมิร์ซ ครีเอเตอร์ และธุรกิจระดับโลกที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สามารถขยายได้
“เราเชื่อว่าอนาคตจะเป็นของธุรกิจที่สามารถควบคุมระบบนิเวศของตัวเองได้ White Label คือการมอบอิสระ ความยืดหยุ่น และโอกาสในการเติบโตระดับโลกให้กับบริษัทต่าง ๆ”
⸻
มากกว่าหนึ่งธุรกิจ
นอกเหนือจากฟินเทคแล้ว C RHYNE Group ยังมีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต เช่น:
โปรเจกต์ด้านเทคโนโลยีและ AI
บริษัทกำลังพัฒนาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ระบบธุรกิจอัจฉริยะ และโครงการ Digital Transformation ที่มุ่งเน้นตลาดไทยและอาเซียน
ที่ปรึกษาและการลงทุน
ให้บริการด้านกลยุทธ์ การสร้างเครือข่าย การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาธุรกิจสำหรับสตาร์ทอัพ SME และพาร์ทเนอร์ต่างชาติที่ต้องการเข้าสู่ตลาดประเทศไทย
ธุรกิจบันเทิงและไลฟ์สไตล์
กลุ่มบริษัทได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจบันเทิง ไนท์ไลฟ์ ร้านอาหาร และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม โดยผสานการสร้างแบรนด์เข้ากับประสบการณ์ลูกค้าและการสร้างการมองเห็นผ่านสื่อ
ธุรกิจบริการระดับพรีเมียม
โปรเจกต์อย่าง FIXR ONE — บริการซ่อมโทรศัพท์ระดับพรีเมียมแบบ On-Demand — แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของบริษัทในการผสมผสานความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้าระดับลักชัวรี ให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถขยายได้
⸻
คิดแบบระดับโลก
สิ่งที่ทำให้ C RHYNE Group แตกต่าง คือแนวคิดแบบ Ecosystem
แทนที่จะโฟกัสเพียงธุรกิจเดียวหรืออุตสาหกรรมเดียว ผู้ก่อตั้งกำลังสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงและสนับสนุนกัน ผ่านพาร์ทเนอร์ เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ และโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน
วิสัยทัศน์ระยะยาวของพวกเขาชัดเจน:
ขยายจากประเทศไทยสู่ตลาดอาเซียน และก้าวไปสู่ตลาดโลก
และในขณะที่หลายสตาร์ทอัพมุ่งเน้นเพียงการเติบโตอย่างรวดเร็ว Cjay และ Max กลับให้ความสำคัญกับ “ความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และชื่อเสียง” ในฐานะรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน
“เราเชื่อว่าเรามีเครือข่าย ความหลงใหล และวิธีคิดที่ถูกต้อง เรารักในสิ่งที่เราทำ เรารักความท้าทาย และแน่นอน — เรารักชัยชนะ”
⸻
ข้อความสุดท้าย
ในยุคที่การเป็นผู้ประกอบการถูกทำให้ดูหรูหราบนโซเชียลมีเดีย ผู้ก่อตั้ง C RHYNE Group กำลังสะท้อนอีกมุมหนึ่งของความสำเร็จ:
ความอดทน การลุกขึ้นใหม่ และความทะเยอทะยานระยะยาว
เรื่องราวของพวกเขายังคงถูกเขียนต่อไป
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้ว —
พวกเขากำลังสร้างทุกอย่างด้วยความตั้งใจ
และในขณะที่ระบบนิเวศธุรกิจของพวกเขายังคงเติบโตต่อเนื่องในด้านฟินเทค เทคโนโลยี ที่ปรึกษา ธุรกิจบริการ AI และการลงทุน ทั้งสองผู้ก่อตั้งยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญข้อหนึ่ง:
สร้างคุณค่า
พัฒนาต่อไป
และอย่าหยุดสร้างอนาคต

Leave a Comment