KKP โครงสร้างพื้นฐาน AI กับโอกาสและโจทย์ของผู้ผลิตไทย

แร็กข้อมูลนามธรรมบนฐานรูปประเทศไทย ขนาบด้วยชิ้นส่วนจ่ายไฟและวงท่อสีฟ้า ด้านหน้ามีชิ้นส่วนรอประกอบ ด้านหลังเว้นช่องว่าง

ในมุมมองของ KKP โครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะระบบจ่ายไฟและระบบระบายความร้อน อาจเปิดโอกาสให้ภาคการผลิตไทยรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รอบใหม่ ตามข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่เผยแพร่ผ่าน ThaiPR Business เมื่อ 14 กันยายน 25691 ขณะที่ The Standard Wealth รายงานในวันเดียวกันว่า ศุภพงศ์ เอี่ยมคงเอก นักวิเคราะห์ของบริษัทฯ มองว่าโจทย์สำคัญของไทยยังอยู่ที่การเพิ่มมูลค่าด้วยการขยับจากการผลิตปลายน้ำสู่ต้นน้ำ2

ระบบไฟและความเย็นเป็นโจทย์ของดาต้าเซ็นเตอร์

บทวิเคราะห์ของ KKP ระบุว่า เมื่อระบบ AI ขยายตัว ข้อจำกัดของดาต้าเซ็นเตอร์ครอบคลุมทั้งชิป ระบบจ่ายไฟ การระบายความร้อน และการรับส่งข้อมูล อุปกรณ์ที่รองรับการประมวลผลเหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญของโอกาสทางอุตสาหกรรมที่ KKP ประเมินไว้1

เทคโนโลยีที่บทวิเคราะห์ยกขึ้นมา ได้แก่ ระบบไฟฟ้า 800VDC และการเชื่อมต่อด้วยแสง โดย KKP อธิบายว่าการเพิ่มแรงดันไฟฟ้าช่วยลดการใช้ทองแดงและความร้อน ส่วนการเชื่อมต่อด้วยแสงช่วยรองรับความต้องการรับส่งข้อมูลที่สายทองแดงเริ่มมีข้อจำกัดด้านความเร็วและระยะทาง1

บทบาทผู้ผลิตไทยในระบบจ่ายไฟและระบายความร้อน

ตัวอย่างที่ KKP ประเมินว่ามีความพร้อมคือ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ในกลุ่มอุปกรณ์จ่ายไฟให้ดาต้าเซ็นเตอร์และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว หรือ Liquid Cooling ซึ่งบทวิเคราะห์มองว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามกำลังไฟต่อแร็ก1

KKP ยังคาดว่าการลงทุน AI จะเปิดโอกาสดึงดูด FDI เข้าสู่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรพิมพ์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทย มุมมองนี้เชื่อมการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์เข้ากับฐานการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ โดยประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ผลิตยังเป็นการประเมินโอกาสในอนาคต1

การขยับสู่ต้นน้ำยังมีโจทย์มูลค่าเพิ่มและการจ้างงาน

The Standard Wealth รายงานเพิ่มเติมว่า ศุภพงศ์มองว่าการลงทุนในไทยยังเน้นการผลิตและประกอบฮาร์ดแวร์ ขณะที่กิจกรรมซึ่งใช้เทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่า เช่น การออกแบบชิปและเทคโนโลยีต้นน้ำ ยังเกิดขึ้นในไทยไม่มากนัก2

ด้านการจ้างงาน เขาระบุว่าโรงงานสมัยใหม่ใช้ระบบอัตโนมัติและเครื่องจักรมากขึ้น ทำให้จำนวนงานไม่ได้เพิ่มมากเท่าที่คาดหวัง แม้เงินลงทุนจากต่างประเทศยังช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทำให้ไทยมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก2

สำหรับโอกาสของไทยในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ศุภพงศ์ยกตัวอย่าง Analog Devices โดยระบุว่าบริษัทมีแผนขยายกิจกรรมในไทยไปสู่กระบวนการผลิตต้นน้ำมากขึ้น ส่วนทิศทางของอุตสาหกรรมไทยโดยรวม เขาประเมินว่าอาจขยับสู่ต้นน้ำได้มากขึ้นในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า โดยขึ้นอยู่กับการสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อการลงทุน2

หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในเนื้อหา โดยอ้างอิงข้อมูลและคำกล่าวของผู้เผยแพร่ตามแหล่งที่มา

  1. ThaiPR Business: ข้อมูลเผยแพร่ของเกียรตินาคินภัทรเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน AI และโอกาสภาคการผลิตไทย เผยแพร่ 14 กันยายน 2569
  2. The Standard Wealth: รายงานมุมมองนักวิเคราะห์ KKP ต่อโอกาส FDI และโจทย์การผลิตต้นน้ำ เผยแพร่ 14 กันยายน 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *