IMF World Bank เทคโนโลยีกับโอกาสเพิ่มผลิตภาพไทยและความเสี่ยงการเงิน

ภาพประกอบรูปประเทศไทยเชื่อมกับแถบโมดูลที่ปลายเป็นเส้นร่าง และแนวกั้นโปร่งใสจำกัดคลื่นสีส้มไว้เฉพาะจุด

Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF คาดว่าผลิตภาพไทยจะเพิ่มขึ้นในอีก 10 ปี ตามรายงานของ The Standard Wealth ซึ่งระบุว่าในการประชุม IMF World Bank เทคโนโลยี AI เป็นหนึ่งในประเด็นที่เธอกล่าวถึง1 อีกด้านหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานข้อเสนอเรื่องการรับมือความเสี่ยงที่เทคโนโลยีทำให้ส่งผ่านรวดเร็วขึ้น จากเวที Toronto Centre Executive Panel วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์2

ผู้นำ IMF มองผลิตภาพไทยในทศวรรษหน้า

The Standard Wealth รายงานว่า Georgieva ให้สัมภาษณ์สื่อไทยในวันสุดท้ายของการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) ปี 2026 ที่กรุงเทพมหานคร เธอประเมินว่าไทยมีผู้คนที่สร้างสรรค์และปรับตัวได้เร็ว พร้อมมองว่าไทยเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่า AI ได้รวดเร็วที่สุด การเพิ่มผลิตภาพในทศวรรษหน้าเป็นความคาดหมายของผู้นำ IMF1

นอกจากโอกาสจาก AI แล้ว Georgieva ยังกล่าวถึงเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกระแทกหลายระลอก เธอให้ความสำคัญกับการพึ่งพากันระหว่างประเทศ และมองว่ารัฐบาลมีบทบาทช่วยลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน ตลอดจนพาสังคมปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง1

ก.ล.ต. เสนอระบบการเงินที่รับมือความเสี่ยงได้

สำหรับเวที Toronto Centre Executive Panel ข้อมูลจาก ก.ล.ต. ที่เผยแพร่ผ่าน ThaiPR Finance ระบุว่า ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ร่วมอภิปรายกับผู้แทน IMF, World Bank และ Toronto Centre โดยเน้นผลของเทคโนโลยีและความเชื่อมโยงระหว่างตลาดต่อการกระจายความเสี่ยง2

ตามข้อมูลดังกล่าว ความเสี่ยงบางส่วนอาจเป็นเรื่องเดิม แต่ช่องทางและความเร็วในการส่งผ่านเปลี่ยนไป จนกระทบหลายภาคส่วนและข้ามพรมแดนได้มากขึ้น ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของระบบการเงินสองด้าน ได้แก่ การดำเนินงานได้ต่อเนื่องเมื่อเกิดปัญหา และการจำกัดขอบเขตความเสียหาย2

แนวทางที่ ก.ล.ต. กล่าวถึงยังรวมถึงการปรับวิธีกำกับดูแลให้ทันสถานการณ์ และร่วมทำงานกับภาคธุรกิจตั้งแต่ช่วงต้น เพื่อเข้าใจเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ การรับฟังผู้เกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุนกับการสนับสนุนนวัตกรรม2

โทเคนกับเงื่อนไขการใช้งานที่แพร่หลาย

ตัวอย่างที่ ก.ล.ต. ยกขึ้นมาคือ tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์ทางการเงินเป็นโทเคน โดยระบุถึงศักยภาพในการลดค่าใช้จ่าย ขยายการเข้าถึง และช่วยให้ตลาดทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. มองว่าประโยชน์เหล่านี้จะปรากฏชัดเมื่อการใช้งานขยายตัวในวงกว้าง2

ข้อจำกัดช่วงเริ่มต้นจึงเป็นสาระสำคัญสำหรับการพิจารณาความคุ้มค่าทางธุรกิจ ข้อมูลจาก ก.ล.ต. ระบุว่า เมื่อปริมาณการใช้งานยังน้อย ต้นทุนยังสูงและยังไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ หน่วยงานจึงเห็นความจำเป็นในการช่วยสนับสนุนนวัตกรรม พร้อมนำประสบการณ์จากการใช้งานจริงมาประกอบการกำหนดแนวทางกำกับดูแล2

สำหรับภาคธุรกิจไทย มุมมองของผู้นำ IMF ต่อเทคโนโลยี AI เน้นโอกาสเพิ่มผลิตภาพในอนาคต1 ส่วนข้อเสนอของ ก.ล.ต. ในเวทีร่วมกับผู้แทน IMF และ World Bank เน้นเงื่อนไขด้านต้นทุนและปริมาณการใช้โทเคน ตลอดจนความสามารถของระบบการเงินในการดำเนินงานต่อเนื่องและจำกัดความเสียหายเมื่อเกิดปัญหา2

หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในเนื้อหา โดยอ้างอิงข้อมูลและคำกล่าวของผู้เผยแพร่ตามแหล่งที่มา

  1. The Standard Wealth — รายงานมุมมอง Kristalina Georgieva ต่อ AI และอนาคตเศรษฐกิจไทย เผยแพร่ 18 ตุลาคม 2569
  2. ThaiPR Finance — ข้อมูลจาก ก.ล.ต. เรื่องการร่วมเวที Toronto Centre Executive Panel เผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *