ประชุม IMF-World Bank 2026 ข้อมูลทางเลือกและ IP กับโอกาสเข้าถึงทุน

กลุ่มจุดเชื่อมโยงสีน้ำเงินและรูปทรงโปร่งใสซ้อนชั้นอยู่คนละช่องของกรอบเปิด มีช่องว่างก่อนกลุ่มแผ่นวงกลมสีทอง

การประชุม IMF-World Bank 2026 และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องมีการหารือสองแนวทางเพิ่มโอกาสเข้าถึงทุน ได้แก่ การใช้ข้อมูลทางเลือกเสริมระบบเครดิต และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน ทั้งสองประเด็นมาจากคนละเวที โดยแนวทางแรกมุ่งเพิ่มข้อมูลประเมินผู้กู้ที่มีประวัติเครดิตจำกัด ส่วนแนวทางหลังเน้นการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเพื่อนำไปใช้จัดหาเงินทุน12

ข้อมูลทางเลือกเสริมประวัติเครดิต

ข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ที่เผยแพร่ผ่าน ThaiPR Finance ระบุว่า NCB และ ASEAN-UK Economic Integration Programme (EIP) ร่วมจัดเสวนาเรื่องข้อมูลทางเลือกกับระบบเครดิต โดยมีหน่วยงานรัฐ เครดิตบูโรในอาเซียน สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลเข้าร่วม1

ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง อธิบายว่า ข้อมูลการชำระเงินและธุรกรรมธุรกิจสามารถช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของ MSMEs และผู้มีประวัติเครดิตจำกัด พร้อมระบุว่าไทยกำลังผลักดัน MOF Data Lake และ Ari Score เพื่อใช้ข้อมูลทางเลือกประกอบการประเมินความเสี่ยงสินเชื่อ1

ข้อมูลเผยแพร่ของ NCB ยังระบุว่าข้อมูลจำนวนมากแยกอยู่ในหลายระบบ ขณะที่ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ NCB เน้นความน่าเชื่อถือของข้อมูลและความแม่นยำในการประมวลผล การเพิ่มข้อมูลจึงมาพร้อมโจทย์การเชื่อมโยงระบบและการใช้งานอย่างรับผิดชอบ1

ทรัพย์สินทางปัญญากับโจทย์ประเมินหลักประกัน

The Standard Wealth รายงานถึงอีกเวทีหนึ่ง ซึ่งหารือเรื่อง IP-Backed Finance หรือการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ เป็นหลักประกันในการจัดหาเงินทุน โดย Nicholas Kalisperas จากสถาบันมาตรฐานการประเมินมูลค่าสากล (IVSC) ระบุว่าธนาคารส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในการจัดประเภท IP เป็นสินทรัพย์สำหรับระดมทุน และกระบวนการประเมินมูลค่ายังขาดความโปร่งใส2

สำหรับไทย สื่อดังกล่าวรายงานคำชี้แจงของ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังวางรากฐาน IP Finance โดยร่วมกับสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศ ตั้งเป้าพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลภายในปี 25712

อีกส่วนคือการจัดทำ IP Finance Sandbox Thailand เพื่อนำ SMEs ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินมาร่วมทดลองผ่านกรณีศึกษาจริง ตามแผนที่ ดร.กิริฎาระบุ เป้าหมายคือเรียนรู้และพัฒนาระบบให้สามารถขยายผลต่อไป2

จากการประเมินสู่การพิจารณาสินเชื่อ

เมื่อพิจารณาสองเวทีที่เกี่ยวข้องกับการประชุม IMF-World Bank 2026 ร่วมกัน ข้อมูลทางเลือกมุ่งทำให้ผู้ให้สินเชื่อเห็นกิจกรรมและศักยภาพของผู้กู้ชัดขึ้น ส่วน IP Finance เน้นการประเมินมูลค่าสินทรัพย์เพื่อนำไปใช้จัดหาเงินทุน ประเด็นติดตามสำหรับธุรกิจจึงอยู่ที่การเชื่อมข้อมูลอย่างน่าเชื่อถือ และการพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ที่สถาบันการเงินนำไปใช้ได้จริง12

The Standard Wealth รายงานว่า IVSC เสนอให้แยกกระบวนการประเมินมูลค่า IP ออกจากการอนุมัติสินเชื่อ ข้อเสนอนี้สะท้อนว่าการประเมินมูลค่าสินทรัพย์และการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเป็นคนละขั้นตอน ขณะที่แผน Sandbox ของไทยมีเป้าหมายทดลองกระบวนการร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ประเมิน และสถาบันการเงิน2

หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้ในเนื้อหา โดยอ้างอิงข้อมูลและคำกล่าวของผู้เผยแพร่ตามแหล่งที่มา

  1. ThaiPR Finance — NCB และ EIP หารือข้อมูลทางเลือกกับระบบเครดิต ข้อมูลเผยแพร่จากข้อมูลเครดิตแห่งชาติ วันที่ 14 ตุลาคม 2569
  2. The Standard Wealth — เวที IMF-World Bank หารือทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน รายงานเผยแพร่วันที่ 13 ตุลาคม 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *