Key Point : สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาครั้งที่ 55 เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา เน้นสร้าง “กระบวนการคิด” ให้ผู้เรียนก่อนพึ่งพา AI รมว.ศึกษาธิการ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ย้ำว่า AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ด้านการคิด ตัดสินใจ คุณธรรม และความรับผิดชอบ พร้อมสนับสนุน Active Learning–GPAS 5 Steps ชู GPAS 5 Steps ให้เด็ก ค้นหา–คิดวิเคราะห์–สร้างองค์ความรู้–ลงมือทำ–นำไปใช้ แทนการเรียนแบบท่องจำ สภาการศึกษาคาทอลิกฯ และ พว. ลงนาม MOU ร่วมขยายการเรียนรู้เชิงรุกสู่สถานศึกษา มีผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษากว่า 565 คน จาก 11 สังฆมณฑล ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่การสร้างเด็กที่ “คิดเป็น ทำเป็น และใช้เป็น” สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานประชุมสัมมนาประจำปี ครั้งที่ 55 ขึ้นภายใต้หัวข้อ “6 ทศวรรษ กราวิสซิมุม เอธุกาชิโอนิส ความท้าทายและทิศทางในอนาคตของการศึกษาคาทอลิกในบริบทโลกสมัยใหม่” เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาในวาระครบรอบ 60 ปี ของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และบริบททางสังคม เมื่อผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ และเครือข่ายโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมกันชี้ทิศทางว่า การศึกษาในโลกยุคใหม่ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับ “กระบวนการคิด” ของผู้เรียนอย่างจริงจัง ณ โรงแรม กรีนเนอรี รีสอร์ท เขาใหญ่ (Greenery Resort Khao Yai) จังหวัดนครราชสีมา งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ มอบนโยบายและทิศทางใหญ่ของการศึกษาไทย โดยเน้นย้ำถึงการเชื่อมพันธกิจของเครือข่ายการศึกษากับนโยบายประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้พร้อมรับมือกับโลกในอนาคต แม้ว่า AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างมหาศาลและสามารถช่วยมนุษย์ทำงานได้หลายด้าน แต่ AI ไม่สามารถแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะความสามารถในการคิด ตัดสินใจ คุณธรรม และความรับผิดชอบ พร้อมส่งสัญญาณสำคัญว่า “เราไม่ควรทำให้เด็กคิดน้อยลง แต่ต้องทำให้เด็กคิดเป็นมากขึ้น” ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังแสดงความชื่นชมต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps ซึ่งมีผลจากการนำไปใช้ในสถานศึกษาให้เห็นเป็นรูปธรรม และมองเห็นโอกาสในการต่อยอดและขยายผล โดยจะมีโมเดลโรงเรียนต้นแบบเพิ่มขึ้นในระยะต่อไปซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Active Learning กำลังถูกยกระดับจากคำที่อยู่ในนโยบายหรือแผนการสอน ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า “ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริงในทุกห้องเรียน” Active Learning ที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการให้เด็กทำกิจกรรม แบ่งกลุ่ม หรือลุกออกจากโต๊ะ แต่ต้องเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้ “สมองของผู้เรียนทำงาน” เด็กต้องได้ค้นหาข้อมูล คิด วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ สื่อสาร และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้ ขณะที่เป้าหมายสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ มุ่งเน้นว่าการศึกษาต้องไม่หยุดอยู่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน ทั้งสติปัญญา คุณธรรม จิตใจ จิตวิญญาณ ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและมีจริยธรรม เพื่อให้เยาวชนเติบโตไปเป็นผู้ร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่สังคม บาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม นายกสมาคมและเลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการสะท้อนเป้าหมายของการศึกษาไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องทำให้เด็ก “เข้าใจ คิดเป็น ทำเป็น และนำไปใช้เป็น” เพราะการศึกษาที่สมบูรณ์ไม่ควรจบลงเมื่อเด็กจำบทเรียนได้ แต่ต้องพัฒนาเด็กทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จิตใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยและสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เดินหน้าความร่วมมือเพื่อขยายการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งสร้าง “กระบวนการคิด” ให้ติดตัวเด็ก เพราะโลกในอนาคตอาจเปลี่ยนเทคโนโลยีอีกนับครั้ง แต่เด็กที่เรียนรู้เป็นจะสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้กล่าว ย้ำถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า การศึกษาต้องก้าวจากการถ่ายทอดและท่องจำ ไปสู่การสร้าง “กระบวนการคิดและกระบวนการเรียนรู้” ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ให้ผู้เรียนเป็นผู้ค้นพบความจริงจากการสร้างความรู้ในแต่ละมิติ เพราะความจริงต้องเกิดขึ้นจากผู้เรียน ซึ่งจะกลายเป็นความรู้บันทึกอยู่ในความจำระยะยาวตลอดไป การศึกษาคือชีวิต หลายคนคิดว่าจัดการศึกษา เพื่อนำไปใช้ในอนาคตแต่ความจริงการศึกษาคือชีวิตจริงในปัจจุบันที่ผู้เรียนต้องใช้ และนำวิธีการสร้างความรู้ไปใช้ออกแบบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ทุกปัญหาและตลอดไป ครูจึงไม่ใช่คนที่ต้องมีคำตอบให้เด็กทุกเรื่อง แต่ต้องเป็นคนออกแบบสถานการณ์ที่ทำให้เด็กได้ตั้งคำถาม ค้นหา วิเคราะห์ ทดลอง ลงมือทำ และค้นพบคำตอบด้วยตัวเองนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่วงการศึกษาไทยต้องจับตามองเพราะในวันที่ AI สามารถตอบคำถามได้ภายในไม่กี่วินาที การศึกษาที่แข่งขันกันเพียงว่าใคร “รู้คำตอบ” มากกว่า อาจไม่เพียงพออีกต่อไปสิ่งที่มีค่ามากขึ้นคือ คนที่รู้จักตั้งคำถาม รู้จักคิดกับข้อมูล รู้จักตรวจสอบคำตอบ และรู้ว่าจะนำความรู้ไปใช้อย่างไร ดังนั้น Active Learning จึงไม่ควรเป็นเพียงกระแส และ GPAS 5 Steps ไม่ควรเป็นเพียงชื่อที่อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ต้องลงไปถึงห้องเรียนจริงลงไปถึงวิธีคิดของครู และสุดท้าย ต้องกลายเป็น “กระบวนการคิด” ที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต AI อาจเก่งขึ้นทุกวัน แต่ภารกิจของการศึกษาคือทำให้มนุษย์ไม่หยุดคิด และหากโมเดลโรงเรียนต้นแบบ Active Learning–GPAS 5 Steps กำลังจะขยายเพิ่มขึ้นจริง สิ่งที่วงการศึกษาควรจับตาจากนี้จึงไม่ใช่เพียง “มีกี่โรงเรียน” แต่คือ โรงเรียนเหล่านั้นจะพิสูจน์ให้เห็นได้หรือไม่ว่า เราสามารถเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ “จำคำตอบ” ให้กลายเป็นพื้นที่ “สร้างคนที่คิดเป็น” ได้จริง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางการศึกษา ระหว่างสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย และ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps นำไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา ช่วยพัฒนาผู้บริหาร ครู และนักเรียนให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ บรรยากาศตลอดการสัมมนาเต็มไปด้วยความคึกคักและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผ่านการปาฐกถา การอภิปรายทางวิชาการ การแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงนิทรรศการนวัตกรรมทางการศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 565 ท่าน จาก 11 สังฆมณฑลทั่วประเทศ ประกอบด้วย พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชชายหญิง ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์ความรู้ลงสู่ห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป Post Views: 27 FacebookFacebookXXLINELine Post navigation แอสเซทไวส์ รับ “มายมิ้นต์ นางสาวไทย 2569” สู่ครอบครัว #คอนโดนางงาม China Orders Tesla’s Biggest-Ever Recall as Nearly 3 Million Vehicles Face Safety Fix