เปิด 3 งานวิจัยชี้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวดีที่สุด
Key Point :
- โครงสร้างภาษีบุหรี่ 2 อัตรา เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2560 ถูกชี้สร้างผลกระทบทั้งรายได้รัฐ การยาสูบฯ และเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ
- นักวิชาการ-หน่วยงานรัฐ เสียงตรงกัน เสนอปรับ “ภาษีบุหรี่อัตราเดียว” แก้ปัญหาบิดเบือนราคา
- งานวิจัยชี้ ภาษี 2 อัตรา ทำรายได้ภาษีลดลง พร้อมเปิดช่องบุหรี่เถื่อนรุนแรงขึ้น
- การยาสูบแห่งประเทศไทย ได้รับผลกระทบหนัก จากการแข่งขันด้านราคากับบุหรี่นำเข้า
- นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ “ภาษีอัตราเดียว” ช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เสนอใช้ Uniform Tax ชี้บุหรี่ทุกแบรนด์มีอันตรายเท่ากัน
- งานวิจัยชี้ ภาษีอัตราเดียวช่วยลดแรงจูงใจกดราคาสินค้าเพื่อเลี่ยงภาษีต่ำ
- คาดโครงสร้างใหม่ช่วยเพิ่มรายได้รัฐ ลดปัญหาบุหรี่เถื่อน และพยุงรายได้ชาวไร่ยาสูบ
- จับตา เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เร่งสะสางปัญหาภาษียาสูบที่ค้างยาวกว่า 8 ปี

นับตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 ที่รัฐบาลเริ่มมีใช้เก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบตามอัตรามูลค่า 2 อัตรา โดยแบ่งแยกระดับภาษีบุหรี่ราคาถูกกับบุหรี่ราคาแพงให้เสียภาษีในอัตราที่แตกต่างกันร้อยละ 25 และร้อยละ 42 ของราคาขาย และจัดเก็บภาษีปริมาณอีก 1.25 บาทต่อมวน จนเกิดผลกระทบทางลบในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านรายได้ภาษีที่ลดลง ผลการดำเนินงานของการยาสูบแห่งประเทศไทยที่ย่ำแย่ลงจนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่ยาสูบตามมา จากความบิดเบือนด้านกลไกราคาและการทวีความรุนแรงของบุหรี่เถื่อนที่เกิดขึ้นในยุคของการนำโครงสร้าง 2 อัตรามาใช้ทั้งสิ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังจะต้องพิจารณาทบทวนปรับแนวนโยบายการจัดเก็บภาษีบุหรี่ใหม่ตามที่ได้มีการรายงานในข่าวสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานเล้ว จึงมีหน่วยงานรัฐและนักวิชาการอิสระได้เคยทำการศึกษาเรื่องนี้ไว้ที่สำคัญ 3 แห่ง และเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาการทำนโยบายภาษีของรัฐในตอนนี้ โดยสามารถสรุปแนวทางได้ดังนี้

- ผศ.ดร.ถิรภาพ ฟักทอง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดทำรายงาน เรื่อง “การศึกษาผลกระทบของการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่แบบอัตราเดียวต่อเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งชี้ว่า ปัญหาภาษีบุหรี่ของประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการจัดเก็บรายได้รัฐเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ การดำเนินนโยบายด้านสุขภาพ โดยมีสาเหตุจากโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตราที่จัดเก็บตามราคาขาย ทำให้เกิดการบิดเบือนราคา โดยเมื่อสินค้าประเภทเดียวกันแต่กลับเสียภาษีต่างกันตามราคา ทำให้เกิดความพยายามกดราคาสินค้าของตัวเองลงมาเพื่อให้อยู่ในฐานภาษีที่ต่ำกว่า ผลที่ตามมาคือรายได้รัฐแกว่งและลดลง การแก้ไขปัญหาคือการปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นแบบอัตราเดียว ที่ไม่ซับซ้อน เป็นนโยบายที่หลายประเทศชั้นนำนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ลดการบิดเบือนด้านราคา และสนับสนุนเป้าหมายด้านสาธารณสุข
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้เผยแพร่โครงการวิจัย เรื่อง “การศึกษาเพื่อพัฒนาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบ” โดยเสนอให้ประเทศไทยใช้ระบบภาษียาสูบเป็นโครงสร้างแบบอัตราเดียว (Uniform Tax) เพื่อตอบโจทย์เรื่องความอันตรายของผลิตภัณฑ์ที่บุหรี่ทุกยี่ห้อทุกแบรนด์ต่างก็มีความอันตรายเท่ากัน ทั้งนี้ ระบบภาษียาสูบตามอัตรามูลค่า 2 อัตราที่ไทยใช้อยู่ไม่ได้ลดแรงจูงใจในการบริโภคคยาสูบของประชาชน และสร้างผลกระทบทางลบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายมิติ ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาระหว่างบุหรี่ในประเทศและนอกประเทศเพิ่มขึ้น นอกจานี้ยังยำชัดว่า เครื่องมือภาษีและกลยุทธ์ด้านราคาอาจไม่ใช่แนวทางที่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรสำหรับการยาสูบฯ ซึ่งควรพึ่งพากลยุทธ์การตลาดและการพัฒนาคุณภาพมากขึ้น

- ศ.ดร. อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ และ ผศ. ดร. มานา ปัจฉิมนันท์ ได้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของนโยบายอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบในประเทศไทย ในวารสารธรรมศาสตร์ ปีที่ 41 ฉบับที่ 1 แสดงความคิดเห็นให้ประเทศไทยใช้อัตราภาษีอัตราเดียวทันที โดยกำหนดอัตราภาษีมูลค่าอัตราเดียวใหม่ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ไม่สูงจนเกินไป โดยจะทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตยาสูบเพิ่มขึ้น และไม่ส่งเสริมการหันไปใช้สินค้าทดแทน ทั้งนี้ ภาษีบุหรี่อัตราเดียวยังช่วยเพิ่มความหลากหลายด้านราคา ลดการกระกระจุกตัวที่บุหรี่ราคาถูก และส่งผลดีต่อการขายใบยาสูบของชาวไร่ยาสูบ และผลการดำเนินงานของการยาสูบฯ ด้วย เพราะช่วยสร้างช่องว่างราคาระหว่างบุหรี่ในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น และแก้ไขปัญหาภาระภาษีต่อซองที่สูงจนเกินไป
รายงานการวิจัยทั้งสามฉบับที่จัดทำโดยหน่วยงานอิสระที่เชี่ยวชาญด้านภาษียาสูบนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือการจัดเก็บภาษีบุหรี่ 2 อัตรา ขาดประสิทธิภาพทั้งในแง่การลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ การจัดเก็บรายได้ รวมทั้งสร้างผลกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและการยาสูบแห่งประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น กระทรวงการคลังควรปรับเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างภาษีสรรพมิตบุหรี่แบบอัตราเดียวโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียวที่กรมสรรพสามิตจัดทำอยู่และเคยมีแผนว่าจะเสนอกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการยุบสภา ขณะนี้รัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้ว คงต้องรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสรรพสามิตในอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิตมามากกว่า 2 ปี มาดูแลใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังทางการคลังที่ถูกปล่อยให้คาราคาซังมาไม่น้อยกว่า 8 ปีเสียที

Leave a Comment